ข่าวล่าสุด :
Recent Movies
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุคคลสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บุคคลสำคัญ แสดงบทความทั้งหมด

บ้านลุงโฮจิมินห์@นครพนม Uncle Ho house

บ้านลุงโฮจิมินห์@นครพนม Uncle Ho house 

 

 

สารคดีนอสตราดามุส 500 ปี หลังคำทำนาย

นอสตราดามุส

นอสตราดามุส 500 ปี หลังคำทำนาย ตอน1 



สารคดีออนไลน์

นอสตราดามุส 500 ปี หลังคำทำนาย ตอน2 

Discovery Channel - Through the Wormhole (ที่สุดแห่งการก่อกำเนิด)

Discovery Channel - Through the Wormhole (ที่สุดแห่งการก่อกำเนิด)

รื่ อ ง ย่ อ / S y n o p s i s
ผลงานเรตติ้งสูงสุดแห่ง 25 ปี ดิสคัฟเวอรี่ ชาแนล...

ชีวิตบนโลกถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร โลกของเรามาจากไหน การเดินทางของระบบสุริยจักรวาล ตำนานแห่งกาแล็กซี่ และที่มาแห่งเอกภพ พบทุกคำตอบของคำถามจากจุดเริ่มต้นที่เล็กที่สุด สู่จุดกำเนิดของสิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้รู้ว่า สิ่งที่เล็กที่สุดกลับกลายเป็นจุดกำเนิดของสิ่งที่ให ญ่ที่สุดได้อย่างไร

ไขปริศนาการก่อกำเนิดแห่งทุกชีวิตบนโลก ระบบสุริยจักรวาลมีหนึ่งเดียวหรือไม่ กาแล็กซี่ถือกำเนิดมาได้อย่างไร ตลอดจนที่มาแห่งเอกภพ พบคำตอบที่พิสูจน์ว่าสิ่งที่เล็กที่สุดกลับกลายเป็นจ ุดกำเนิดของสิ่งที่ใหญ่ ที่สุด

Through the Wormhole with Morgan Freeman ปริศนาชีวิต ลิขิตจักรวาล สารคดีที่ว่าด้วยการสำรวจจักรวาลที่ดีที่สุดแห่งสถาน ีโทรทัศน์ดิสคัฟเวอรี่ ชาแนล ผลงานสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่โดย มอร์แกน ฟรีแมน นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังระดับโลก ที่จะนำท่านเดินทางไปสำรวจอวกาศเพื่อค้นหาทุกตอบของป ริศนาโพรงหนอนแห่ง จักรวาล

ร่วมค้นหาจุดเริ่มต้นของเวลา อวกาศ และเอกภพ เจาะลึกทุกคำตอบของคำถามที่อยู่ในใจคุณ เกิดอะไรขึ้นก่อนหน้าที่เอกภพจะถือกำเนิด โลกเป็นดาวเคราะห์ดวงเดียวในเอกภพที่มีสิ่งมีชีวิตอา ศัยอยู่จริงหรือไม่ เป็นไปได้หรือที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นอีกนับล้าน ๆ ดวงในเอกภพจะไม่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่เลย หากโลกในยุคหลายพันล้านปีก่อนเป็นแค่ลูกบอลหินหลอมละ ลายปราศจากชีวิต แล้วสิ่งมีชีวิตบนโลกเกิดขึ้นได้อย่างไร ร่วมเดินทางสู่หัวใจของสสาร ลึกลงไปในแก่นของสิ่งมีชีวิตและในโลกของฟิสิกส์สู่เอ กภพที่เล็กกว่าอะตอม เพื่อไขปริศนาว่าทุกสิ่งรอบตัวเราประกอบขึ้นจากอะไรก ันแน่

และไขปริศนาต่างๆ อาทิ เช่น...

# ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์น้อยพุ่งชนโลกจะมีโอกาสความเป็น ไปได้มากแค่ไหน ชาวโลกตระหนักถึงปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใ กล้นี้แล้วหรือยัง เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่หมายถึงโลกทั้งใบ เตรียมพร้อมรับมือจากหายนะที่มาจากนอกโลกกับ &#8220 อะโพฟีส&#8221 คุณรู้จักชื่อนี้แล้วหรือยัง

# การปะทะกันในจักรวาลไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาวเล็กๆ หลุมดำ หรือแม้แต่กาแล็คซี่ขนาดมหึมา นักดาราศาสตร์เชื่อว่าปรากฏการณ์อันน่าทึ่งนี้เป็นวิ วัฒนาการของชีวิตใหม่ใน เอกภพอันกว้างใหญ่นี้ การปะทะอย่างรุนแรงส่งผลต่อผู้คนบนโลกอย่างไร ร่วมรับชมเทคโนโลยีที่ทำให้เราได้เห็นความพินาศที่เห นือจินตนาการและผลลัพธ์ ที่จะเกิดขึ้นกับจักรวาลของเรา

# ที่มาของดวงจันทร์ ปริศนาของหลุมบนดวงจันทร์ สภาพที่ขัดแย้งของดาวอังคาร และความประหลาดของดาวยูเรนัสล้วนเป็นเรื่องที่ต้องศึ กษาหาความจริงว่าสาเหตุ ใดที่ทำให้เกิดขึ้นกันแน่ และร่วมพบกับอาชีพที่หาคนทำได้ไม่ง่ายนักกับ &#8220 นักล่าอุกกาบาต&#8221 รวมถึงเรื่องราวความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตในจักรวา ล

# พบกับเรื่องสุดระทึกของมวลดาวตกขนาดใหญ่และเหล่าดาวเ คราะห์ที่คลืบคลานเข้า มาพุ่งชนใกล้กับโลก! ซึ่งเหล่าดวงดาวนั้นอาจจะเข้ามาพุ่งชนโลกในอนาคตอันใ กล้ที่เราคาดไม่ถึง แล้วตอนนี้พวกมันอยู่ตำแน่งใดของนอกโลก? อะไรคือประเภทที่ก่อให้เกิดอันตรายกับโลก? แล้วอะไรที่เราจะสามารถหยุดการเสียดสีพุ่งชนของดวงดา วเหล่านี้ รวมถึงการหลีกเลี่ยงภยันตรายในอนาคตอันใกล้ ซึ่งเราจะมาพบคำตอบของสาเหตุดวงดาวเหล่านี้ว่ามีที่ม าเกิดอย่างไรและปัจจัย อะไรที่จะทำให้เกิดการพุ่งชนเข้าหาโลก!

ซึ่งถ่ายทอดออกมาอย่างดีที่สุดโดย มอร์แกน ฟรีแมน นักแสดงและผู้กำกับชื่อดังระดับโลกผู้หลงใหลในศาสตร์ แห่งอวกาศและจักรวาล ให้เสียงภาษาไทย โดย ผู้ประกาศข่าวชายระดับแถวหน้าของเมืองไทย กิตติ สิงหาปัด ตลอดทั้ง 8 ชั่วโมงใน Through the Wormhole with Morgan Freeman &#8211 ปริศนาชีวิต ลิขิตจักรวาล พร้อมตอนพิเศษ Cosmic Collisions &#8211 โคตรดาวหาง....ชนถล่มกระจุย อีก 3 ชั่วโมงเต็ม

Hosted by Morgan Freeman , Through The Wormhole will explore the deepest mysteries of existence - the questions that have puzzled mankind for eternity. This series will bring together the brightest minds and best ideas from the very edges of science Astrophysics , Astrobiology , Quantum Mechanics , String Theory and more - to reveal the extraordinary truth of our Universe.

ep01- What Happened Before the Beginning?
ep02- Are We Alone?
ep03- Is Time Travel Possible?
ep04- How Did We Get Here?
ep05- What Are We Really Made Of?
ep06- The Riddle of the Black Holes
ep07- Dark Matter: Beyond the Darkness
ep08- Is There a Creator?

Format : Matroska
File size : 1.03 GiB
Duration : 43mn 54s
Overall bit rate : 3 343 Kbps
Movie name : Ep-01
Encoded date : UTC 2011-10-16 04:56:10
Writing application : mkvmerge v3.4.0 ( Rapunzel ) built on May 15 2010 09:38:20
Writing library : libebml v0.8.0 + libmatroska v0.9.0

Video
ID : 1
Format : AVC
Format/Info : Advanced Video Codec
Format profile : High@L4.0
Format settings, CABAC : Yes
Format settings, ReFrames : 3 frames
Muxing mode : Container profile=Unknown@4.0
Codec ID : V_MPEG4/ISO/AVC
Duration : 43mn 54s
Bit rate : 2 550 Kbps
Width : 1 280 pixels
Height : 720 pixels
Display aspect ratio : 16:9
Frame rate : 25.000 fps
Color space : YUV
Chroma subsampling : 4:2:0
Bit depth : 8 bits
Scan type : Progressive
Bits/(Pixel*Frame) : 0.111
Stream size : 788 MiB (75%)
Writing library : x264 core 114 r1924 08d04a4
Encoding settings : cabac=1 / ref=3 / deblock=1:0:0 / analyse=0x3:0x133 / me=umh / subme=7 / psy=1 / psy_rd
=1.00:0.00 / mixed_ref=1 / me_range=16 / chroma_me=1 / trellis=1 / 8x8dct=1 / cqm=0 / deadzone=21,11 / fast_pskip=1 /
chroma_qp_offset=-2 / threads=9 / sliced_threads=0 / nr=0 / decimate=1 / interlaced=0 / constrained_intra=0 /
bframes=3 / b_pyramid=0 / b_adapt=1 / b_bias=0 / direct=1 / weightb=1 / open_gop=0 / weightp=2 / keyint=250 /
keyint_min=25 / scenecut=40 / intra_refresh=0 / rc_lookahead=40 / rc=2pass / mbtree=1 / bitrate=2550 / ratetol=1.0 /
qcomp=0.60 / qpmin=0 / qpmax=69 / qpstep=4 / cplxblur=20.0 / qblur=0.5 / vbv_maxrate=25000 / vbv_bufsize=
25000 / nal_hrd=vbr / ip_ratio=1.40 / aq=1:1.00

Audio #1
ID : 2
Format : AC-3
Format/Info : Audio Coding 3
Mode extension : CM (complete main)
Codec ID : A_AC3
Duration : 43mn 54s
Bit rate mode : Constant
Bit rate : 384 Kbps
Channel(s) : 6 channels
Channel positions : Front: L C R, Side: L R, LFE
Sampling rate : 48.0 KHz
Stream size : 121 MiB (11%)
Language : Thai

Audio #2
ID : 3
Format : AC-3
Format/Info : Audio Coding 3
Mode extension : CM (complete main)
Codec ID : A_AC3
Duration : 43mn 54s
Bit rate mode : Constant
Bit rate : 384 Kbps
Channel(s) : 2 channels
Channel positions : Front: L R
Sampling rate : 48.0 KHz
Stream size : 121 MiB (11%)
Language : English

Text #1
ID : 4
Format : VobSub
Codec ID : S_VOBSUB
Codec ID/Info : The same subtitle format used on DVDs
Language : Thai

Text #2
ID : 5
Format : VobSub
Codec ID : S_VOBSUB
Codec ID/Info : The same subtitle format used on DVDs
Language : English













[Mini-hidef-สารคดี ] Discovery Channel - Through the Wormhole (ที่สุดแห่งการก่อกำเนิด) 2010 720p-CtHts
-ต้นฉบับเป็น Br 45G. จากท่าน tospond ขอบคุณท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
-Rip-by komkam

http://www.filecondo.com/dl.php?f=Ce7a811tp25Z

สารดคี - มหาตมะ คานธี

สารดคี - มหาตมะ คานธี
  

สารคดี - เหมา เจ๋อตุง

สารคดี - เหมา เจ๋อตุง


สารคดี - โฮจิมินห์

สารคดี - โฮจิมินห์

สารคดีพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2

สารคดีพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 part 1
สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2
84 ปีแห่งชีวิต 26 ปีแห่งองค์ผู้แทนพระคริสตเจ้าในโลกนี้

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 มีพระนามเดิมว่า คารอล โจเซฟ วอยตีวา (Loudspeaker.svg Karol Józef Wojtyła (ข้อมูล) ในภาษาโปแลนด์) เกิดเมื่อ 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1920 ที่หมู่บ้านวาโดวิเซ ใกล้เมืองคราโคว ประเทศโปแลนด์ บิดาเป็นทหารมียศเป็นจ่าทหารและเกษียณราชก­ารแล้ว มารดาเสียชีวิต เมื่อคาโรลยังเป็นเด็ก ท่านเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์พิเศษ ชอบการกีฬาเป็นอันมาก ท่านยังชอบบทกวีและการแสดงละคร

หลังจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระสันตะปา­ปาจอห์น ปอลที่ 1 คณะพระคาร์ดินัลทั่วโลกก็มีมติเลือกให้พระ­คาร์ดินัลคารอล วอยตีวา ประมุขแห่งอัครมุขมณฑลคราโคว ซึ่งขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 58 พรรษา ขึ้นเป็นประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิก เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ค.ศ. 1978 นับเป็นพระสันตะปาปาองค์ที่ 264 ที่สืบตำแหน่งต่อจากนักบุญเปโตร อัครทูต

สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ทรงเป็นประมุขของคริสตจักรโรมันคาทอลิกทั่­วโลก ทรงเป็นสันตะปาปาที่ไม่ใช่ชาวอิตาเลียนองค­์แรกในรอบ 455 ปี และเป็นพระสันตะปาปาองค์แรกที่เป็นชาวโปแล­นด์ รวมทั้งยังเป็นพระสันตะปาปาที่ได้รับเลือก­ขณะที่มีอายุน้อยที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

พระองค์ทรงเป็นพระสันตะปาปาที่สำคัญที่สุด­องค์หนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยปัจจุบัน พระองค์ทรงเดินทางรอบโลกเพื่อเยี่ยมเยียนค­ริสตชนมากกว่าพระสันตะปาปาองค์ใด ๆ ในอดีตที่ผ่านมา ทรงต่อต้านกระแสทุนนิยมที่ไร้ขอบเขต การกดขี่ทางการเมือง ยืนกรานในการต่อต้านการทำแท้ง และปกป้องวิถีทางของศาสนจักรในเรื่องเพศขอ­งมนุษย์สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2 สารคดีพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 PART 3

ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม


8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 (ค.ศ. 1993)

ท่านพุทธทาสภิกขุ แห่งสวนโมกขพลาราม อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี มรณภาพด้วยอาการเส้นเลือดในสมองแตก ด้วยวัย 87 ปี

พระธรรมโกศาจารย์ (เงื่อม อินทปัญโญ) หรือรู้จักในนาม พุทธทาสภิกขุ (27 พฤษภาคม พ.ศ. 2449 — 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2536) เป็นชาวอำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2449 เริ่มบวชเรียนเมื่ออายุได้ 20 ปี ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้เข้ามาศึกษาพระธรรมวินัยต่อที่กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค แต่แล้วท่านพุทธทาสภิกขุก็พบว่าสังคมพระพุทธศาสนาแบบที่เป็นอยู่ในขณะนั้นแปดเปื้อนเบือนบิดไปมาก และไม่อาจทำให้เข้าถึงหัวใจของพระพุทธศาสนาได้เลย ท่านจึงตัดสินใจหันหลังกลับมาปฏิบัติธรรมที่อำเภอไชยา ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมของท่านอีกครั้ง พร้อมปวารณาตนเองเป็น พุทธทาส เนื่องจากต้องการถวายตัวรับใช้พระพุทธศาสนาให้ถึงที่สุด

ผลงานเด่นของทาสพุทธทาสคืองานหนังสือ อาทิ หนังสือพุทธธรรม, ตามรอยพระอรหันต์ และคู่มือมนุษย์ และเป็นสงฆ์ไทยรูปแรกที่บุกเบิกการใช้โสตทัศนูปกรณ์สมัยใหม่สำหรับการเผยแพร่ธรรมะ และท่านมีสหายธรรมคนสำคัญ คือ ปัญญานันทภิกขุ แห่งวัดชลประทานรังสฤษฎ์ และ ท่าน บ.ช. เขมาภิรัตน์

มหาวิทยาลัยบูรพา



8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 (ค.ศ. 1955)

จัดตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษาส่วนภูมิภาคประจำภาคตะวันออก ณ อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี ชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษาบางแสน จัดเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกของประเทศ ที่ตั้งอยู่ส่วนภูมิภาค (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยบูรพา)

มหาวิทยาลัยบูรพา (Burapha University) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐตั้งอยู่ที่ ตำบลแสนสุข อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2498 โดยอดีตเป็นวิทยาเขตหนึ่งของวิทยาลัยวิชาการศึกษา (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ในปัจจุบัน) โดยมีชื่อว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน หรือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้วันที่ 8 กรกฎาคม หรือที่เรียกว่า "แปดกรกฎ" ของทุกปีจึงนับเป็นวันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตบางแสน ได้รับการยกวิทยฐานะขึ้นเป็นมหาวิทยาลัยโดยเอกเทศด้วยผลการประกาศใช้ "พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2533" ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2533 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยบูรพาจัดการเรียนการสอนทั้งในระดับปริญญาตรี โท เอก ในหลากหลายกลุ่มสาขาวิชา เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ เป็นต้น

พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร)



8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 (ค.ศ. 1916)

วันเกิดของ พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) หรือที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่า หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ เป็นพระภิกษุในพุทธศาสนานิกายเถรวาทฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) จังหวัดอุทัยธานี มีชื่อเสียงในด้านการบำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐานจนได้วิชามโนยิทธิ (ฤทธิ์ทางใจ) หลังการมรณภาพ สังขารร่างกายของท่านมิได้เน่าเปื่อยอย่างศพของคนทั่วไป และได้มีการเก็บรักษาไว้ที่วัดท่าซุงจนถึงปัจจุบันนี้

พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร) เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2459 ตรงกับวันขึ้น 9 ค่ำ เดือน 8 ปีมะโรง ที่ตำบลสาลี อำเภอบางปลาม้า จังหวัดสุพรรณบุรี ในครอบครัวของชาวนาซึ่งมีฐานะค่อนข้างดี บิดาชื่อ นายควง สังข์สุวรรณ มารดาชื่อนางสมบุญ สังข์สุวรรณ ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 จากพี่น้องร่วมบิดามารดาจำนวน 5 คน ดังนี้

นายวงษ์ สังข์สุวรรณ (ถึงแก่กรรมเมื่อ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513)
นางสำเภา ยาหอมทอง
พระราชพรหมยาน (วีระ ถาวโร)
พระครูพิศาลวุฒิธรรม (พระมหาเวก อกฺกวํโส)
ด.ญ. อุบล สังข์สุวรรณ ถึงแก่กรรมตั้งแต่อายุ 4 ขวบ

ก่อนที่พระราชพรหมยานจะเกิดนั้น มารดาของท่านฝันว่า เห็นพรหมมีสีเหลืองเป็นทองคำเหมือนพระพุทธรูป นอนลอยไปในอากาศ มีเพชรประดับแพรวพราวทั้งตัว เข้าทางหัวจั่วด้านทิศเหนือ เข้ามานั่งที่ตักท่าน มารดาก็กอดไว้ แล้วก็หายเข้าไปในกาย เมื่อเกิดมาใหม่ ๆ หลวงพ่อเล็ก เกสโร ซึ่งมีฐานะเป็นลุง ได้กล่าวว่า เจ้าเด็กคนนี้มาจากพรหม ดังนั้นจึงให้ชื่อว่า "พรหม" และต่อมาภายหลัง คนที่จดสำมะโนครัวเขามาเปลี่ยนชื่อให้เป็น "สังเวียน" ท่านยายกับชาวบ้านเรียกว่า "เล็ก" ส่วนท่านมารดาและพี่ๆ น้องๆ เรียกว่า "พ่อกลาง"

พ.ศ. 2466 อายุ 7 ขวบ เข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนประชาบาลวัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จนจบชั้นประถมปีที่ 3 พ.ศ. 2474 อายุ 15 ปี อาศัยกับท่านยายที่บ้านหน้าวัดเรไร อำเภอตลิ่งชัน จังหวัดธนบุรี ได้ศึกษาวิชาแพทย์แผนโบราณ พ.ศ. 2478 อายุ 19 ปี เข้าทำงานเป็นเภสัชกรทหาร สังกัดกรมการแพทย์ทหารเรือ (ปัจจุบันคือโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า)

พ.ศ. 2479 อายุ 20 ปี อุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2479 เวลา 13.00 นาฬิกา ที่วัดบางนมโค อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระครูรัตนาภิรมย์ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวิหารกิจจานุการ (ปาน โสนันโท) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระอาจารย์เล็ก เกสโร เป็นพระอนุสาวนาจารย์

คำสั่งพระอุปัชฌาย์ ขณะเข้าบวช หลวงพ่อปาน ท่านบอกท่านอุปัชฌาย์ว่า เจ้านี่หัวแข็งมาก ต้องเสกด้วยตะพดหนักหน่อย ท่านอุปัชฌาย์ท่านเป็นพระทรงธรรมเหมือนหลวงพ่อ (ปาน) หลวงพ่อเล็กก็เหมือนกัน ท่านอุปัชฌาย์ท่านยิ้มแล้วท่านพูดว่า "3 องค์นี้ไม่สึก อีกองค์ต้องสึกเพราะมีลูก เมื่อจะสึกไม่ต้องเสียดายนะลูก เกษียณแล้วบวชใหม่มีผลสมบูรณ์เหมือนกัน 2 องค์นี้พอครบ 10 พรรษาต้องเข้าป่า เมื่อเข้าป่าแล้วห้ามออกมายุ่งกับชาวบ้านจนกว่าจะตาย จะพาพระและชาวบ้านที่อวดรู้ตกนรก จงไปตามทางของเธอ ท่านปานช่วยสอนวิชาเข้าป่าให้หนักหน่อย ท่านองค์นี้ (หมายถึงฉัน) จงเข้าป่าไปกับเขา แต่ห้ามอยู่ในป่าเป็นวัตร เพราะเธอมีบริวารมาก ต้องอยู่สอนบริวารจนตาย พอครบ 20 พรรษาจงออกจากสำนักเดิม เธอจะได้ดี จงไปตามทางของเธอ ฉันบวชพระมามากแล้วไม่อิ่มใจเท่าบวชพวกเธอ"

พ.ศ. 2535 อายุ 76 ปี ได้อาพาธด้วยโรคปอดบวมอย่างแรง และติดเชื้อในกระแสโลหิต เข้ารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช และมรณภาพที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2535 เวลา 16.10 น. ปัจจุบันศพของหลวงพ่อได้บรรจุไว้ในโลงแก้วบนบุษบกทองคำที่ประดับด้วยอัญมณีอันวิจิตรงดงาม ณ วัดจันทาราม ตำบลน้ำซึม อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี

สมพงษ์ พงษ์มิตร


8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2463 (ค.ศ. 1920)

วันเกิดของ สมพงษ์ พงษ์มิตร นักแสดงตลกอาวุโส ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ. 2541

เกิดที่อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ย้ายมาอยู่กรุงเทพตั้งแต่อายุ 7 ปี เริ่มแสดงลิเกและโขน ก่อนเปลี่ยนมาแสดงจำอวดและตลก โดยตั้งวงเองชื่อ เบญจศิลป์ พงษ์มิตร แล้วมาแสดงที่คณะเทพศิลป์ ของ ส.อาสนจินดา ร่วมกับ ล้อต๊อก และ ชูศรี มีสมมนต์ โด่งดังสูงสุดในช่วง พ.ศ. 2500 เป็นหนึ่งในคณะตลกที่ประกอบด้วยล้อต๊อก ดอกดิน (ดอกดิน กัญญามาลย์) และ ชูศรี

มีชื่อเสียงในการแสดงตลกที่เน้นการแสดงสีหน้าท่าทาง มากกว่าคำพูด

มีผลงานกำกับภาพยนตร์ ว่าวน้อย พ.ศ. 2513 และ ทหารอากาศขาดรัก พ.ศ. 2524

ระยะหลังมีปัญหาด้านสุขภาพ ด้วยโรคประจำตัว ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ และสายตา เเละถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 อายุ 82 ปี

วันสวรรคตของ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ



8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 1518 (ค.ศ. 975)

วันสวรรคตของ สมเด็จพระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ

พระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบ (Edgar the Peaceful หรือ Edgar the Peaceable) พระมหากษัตริย์อังกฤษในราชวงศ์เวสเซ็กซ์

พระเจ้าเอ็ดการ์ผู้รักสงบเสด็จพระราชสมภพเมื่อราวปี ค.ศ. 943 หรือปี ค.ศ. 944 ที่เวสเซ็กซ์ ในอังกฤษ เป็นพระราชโอรสพระองค์รองในพระเจ้าเอ็ดมันด์ที่ 1 แห่งอังกฤษและเอ็ดจิวาแห่งเคนต์ อภิเษกสมรสกับเอเธลฟรีด วูลฟธริธ และเอลฟริธ และทรงราชย์ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 959 จนเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 975 ที่วินเชสเตอร์ อังกฤษ พระนาม “ผู้รักสงบ” ไม่ได้บ่งถึงพระลักษณะตามความหมายเพราะทรงเป็นนายทหารผู้เข้มแข็งซึ่งจะเห็นได้จากการยึดราชอาณาจักรนอร์ทธัมเบรีย และราชอาณาจักรเมอร์เซียจากพระเจ้าเอ็ดวีพระเชษฐาในปี ค.ศ. 958 พระเจ้าเอ็ดการ์ทรงปกครองบริเวณเหนือแม่น้ำเทมส์กับขุนนางของพระองค์กลุ่มหนึ่ง เมื่อพระเจ้าเอ็ดวีเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 959 พระเจ้าเอ็ดการ์ก็ทรงเรียกตัวโดยดันสตัน (ต่อมาเป็นนักบุญดันสตัน) จากที่ทรงลี้ภัยกลับมาและแต่งตั้งให้เป็นบิชอปแห่งวูสเตอร์และต่อมาเป็นบิชอปแห่งลอนดอนและในที่สุดอาร์ชบิชอปแห่งแคนเทอร์เบอรี ดันสตันเมื่อเริ่มแรกไม่ยอมสวมมงกุฏให้พระเจ้าเอ็ดการ์เพราะไม่ยอมรับวิธีดำเนินชีวิตของพระองค์เกี่ยวกับพระสนม วูลฟธริธ (ต่อมาเป็นนักพรตหญิงที่วิลตัน) มึพระธิดา อีดิธแห่งวิลตัน แต่ดันสตันก็เป็นที่ปรึกษาของพระเจ้าเอ็ดการ์ตลอดรัชสมัย

รัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดการ์เป็นรัชสมัยที่บ้านเมืองมีความสงบสุขและอาจจะเป็นสมัยที่เรียกได้ว่าเป็นสมัยที่รุ่งเรืองที่สุดของอังกฤษสมัยแองโกล-แซกซัน แม้ว่าการรวมตัวเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของอังกฤษจะเป็นผลที่มาจากผู้ที่ครองบัลลังก์มาก่อนพระองค์ ในปลายรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดการ์ อังกฤษก็เกือบจะไม่มีศัตรูที่จะมาแบ่งราชอาณาจักรอย่างที่เคยเป็นมาก่อน

ในสมัยนี้ดันสตันก็มีบทบาทในการปฏิรูปอารามที่ออกจะเริ่มหย่อนยานให้กลับไปถือวินัยของนักบุญเบเนดิกต์อย่างที่เคยเป็นมา แต่บทบาทอันนี้ก็ยังเป็นที่ถกเถึยงกันในบรรดาผู้รู้ในวงการศึกษา
พระเจ้าเอ็ดการ์ได้ทำพิธีสวมมงกุฏที่บาธในปี ค.ศ. 973 ซึ่งมิใช่ราชาภิเศกในการฉลองการเริ่มรัชกาล พระราชพิธีครั้งนี้เตรียมการโดยดันสตันเองโดยมีโคลงเฉลิมพระเกียรติที่บันทึกในบันทึกเหตุการณ์ของชาวแองโกล-แซกซัน เป็นพระราชพิธีที่เป็นพื้นฐานในการทำพิธีบรมราชาภิเศกของอังกฤษมาจนถึงปัจจุบันนี้ พระราชพิธีเป็นพิธีสัญลักษณ์โดยมีเจ้าผู้ครองอาณาจักรในอังกฤษมาแสดงความสวามิภักดิ์ต่อพระองค์ที่เชสเตอร์ กษัตริย์หกพระองค์ในบริเตนและสกอตแลนด์ปฏิญาณว่าจะเป็นผู้ป้องกันพระองค์ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทางทะเล ต่อมาบันทึกเหตุการณ์ของชาวแองโกล-แซกซันกล่าวว่ามีแปดองค์ แต่พระราชพิธีประกาศการสวามิภักดิ์ที่เชสเตอร์ (submission at Chester) ดูเหมือนว่จะเป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น

พระเจ้าเอ็ดการ์มีพระราชโอรสธิดาเจ็ดพระองค์ พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดมรณสักขีพระราชโอรสพระองค์ใหญ่สืบราชบัลลังก์ต่อจากพระองค์ หลังจากที่เสด็จสวรรคตมาจนถึงการพิชิตอังกฤษของชาวนอร์มันไม่มีราชบัลลังก์ใดที่ได้รับการสืบทอดโดยไม่มีปัญหาในการแก่งแย่ง

คริสเตียน ไฮเกนส์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฮอลันดา



8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2238 (ค.ศ. 1695)

วันถึงเเก่กรรมของ คริสเตียน ไฮเกนส์ นักวิทยาศาสตร์ชาวฮอลันดา

คริสเตียน ฮอยเกนส์ (Christiaan Huygens) เป็นนักคณิตศาสตร์ นักดาราศาสตร์ และ นักฟิสิกส์ ชาวดัทช์ เกิดที่เมือง เดอะฮาก ใน เนเธอร์แลนด์ เป็นลูกชายของคอนสแตนติน ฮอยเกนส์ ชื่อของเขาเป็นที่มาของยานไฮเกนส์ที่ใช้สำรวจดวงจันทร์ไททัน

เบ็ตตี ฟอร์ด


8 กรกฎาคม....ในอดีต

8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 (ค.ศ. 2011)

วันถึงเเก่กรรมของ เบ็ตตี ฟอร์ด ภริยาประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐอเมริกา

เอลิซาเบธ แอน บลูมเมอร์ วอร์เรน ฟอร์ด หรือทีรู้จักกันคือ เบ็ตตี ฟอร์ด เป็นภริยาของอดีตประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ระหว่างปี พ.ศ. 2517 ถึงปี พ.ศ. 2520 เธอเป็นผู้ก่อตั้งเบ็ตตี ฟอร์ด เซ็นเตอร์ และเป็นประธานคนแรกของที่นี่

เบ็ตตี ฟอร์ดเกิดในชิคาโกชื่อเดิมคือ เอลิซาเบธ แอนน์ บลูมเมอร์ เป็นบุตรคนที่ 3 และเป็นบุตรหญิงคนเดียวของเซอร์วิลเลียม สตีเฟนสัน บลูมเมอร์นักเดินทางขายสินค้าของบริษัทรอยัล รับเบอร์กับภรรยาของเขาฮอร์เทรส นีอาร์ เธอมีพี่ชาย 2 คนคือ โรเบิร์ต และวิลเลียมจูเนียร์และหลังจากนั้นก็ไปอาศัยอยู่ที่เดนเวอร์เพียงครู่หนึ่ง เธอเติบโตในแกรนด์ ราพิด รัฐมิชิแกนที่ซึ่งเธอได้เรียนจบมาจากโรงเรียนเซนเทิล

หลังจากเหตุการณ์หุ้นวอลสตีทล่มในปีพ.ศ. 2472 เมื่อเบ็ตตี บลูมเมอร์อายุได้ 11 ปี เธอเริ่มต้นออกแบบเสื้อผ้าและสอนเด็กๆเต้นรำ เธอเรียนการเต้นรำจากสตูดิโอคาร์ลา ทราวิช แดนซ์ และเรียนจบในพ.ศ. 2478

เมื่อเธออายุได้ 16 ปี พ่อเธอเสียชีวิตจากการได้รับสารพิษคาร์บอน โมโนไซด์ในขณะที่กำลังซ่อมรถของครอบครัวในโรงรถ ซึ่งตั้งข้อสันนิษฐานไว้ว่าอาจเกิดอุบัติเหตุหรือฆ่าตัวตายซึ่งปัจจุบันไม่มีผู้ใดทราบ ในปีพ.ศ. 2476 หลังจากเรียนจบมาจากโรงเรียนเซนเทิล เธอได้ตั้งใจที่จะเรียนการเต้นรำที่นิวยอร์กแต่แม่ของเธอปฏิเสธ แต่เธอได้ไปเรียนการเต้นรำที่โรงเรียนการเต้นรำเบนนินตันในรัฐเวอร์มอนต์แทน เธอได้เรียนกับมาร์ธา เกรแฮม และฮันยา โฮล์ม

หลังจากเธอได้เป็นลูกศิษฐ์ของมาร์ธา เกรแฮม เบ็ตตี บลูมเมอร์ได้ย้ายไปอยู่ที่แมนฮัตตันและได้ทำงานเกี่ยวกับแฟชั่นที่บริษัทจอห์น โรเบิร์ต พาวเวอร์ เธอได้รับการสนับสนุนคณะของเกรแฮมและในที่สุดก็ทำงานสำเร็จที่คาร์เนจี ฮอลล์ แม่ของเธอได้แต่งงานใหม่กับอาเทอร์ เมิกห์ ก็อดวิน ไม่ยินยอมเกี่ยวกับงานของเธอและสั่งให้เธอย้ายบ้าน แต่เธอก็ไม่ยอม สุดท้ายแม่และพ่อเลี้ยงได้มาขอร้องให้เธอกลับมาบ้านภายใน 6 เดือน และถ้าไม่ได้ทำงานในนิวยอร์กก็ให้กลับไปที่มิชิแกน และเธอได้ทำในพ.ศ. 2484 เธอได้เป็นนักแฟชั่นของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในท้องถิ่น เธอได้จัดตั้งวงเต้นรำขึ้น และสอนการเต้นที่ต่างจากในแกรนด์ ราพิด โดยรวมเด็กกับผู้พิการเข้าด้วยกัน

ในปี พ.ศ. 2484 บลูมเมอร์ได้สมรสกับวิลเลียม จี วอลแลนนักขายเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่อายุได้ 12 ปี สามีของเธอได้เริ่มต้นขายประกัน ทำให้ต้องย้ายบ้านบ่อยๆ ครั้งหนึ่งพวกเขาอาศัยอยู่ในโทเลโด รัฐโอไฮโอที่ซึ่งเธอได้รับการว่าจ้างเป็นผู้สาธิตงานในห้างสรรพสินค้าราเซล แอนด์ ค็อกช์ งานนี้ส่งผลให้เธอเป็นพนักงานขายหญิง พวกเขาไม่มีบุตรด้วยกันและหย่ากันในวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2490 เนื่องจากเห็นว่าเข้ากันไม่ได้ ในวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2491 บลูมเมอร์ได้สมรสกับเจอรัลด์ ฟอร์ดผู้เป็นนักกฎหมายและทหารผ่านศึกในสงครามโลกครั้งที่ 2ที่โบสถ์เกรซ เอพริสคอเปลในแกรนด์ ราพิด รัฐมิชิแกน การสมรสล่าช้าจนกระทั่งมีการคัดเลือกสั้นๆ เพราะนิตยสารเดอะนิวยอร์กไทมส์ได้รายงานว่า"เจอรี่กำลังวิ่งเพื่อสภาและไม่มั่นใจกับผู้เลือกตั้งว่าจะรู้สึกอย่างไรกับการแต่งงานกับแดนเซอร์ที่เคยหย่ามาแล้ว"

ทั้งคู่แต่งงานยาวนานถึง 58 ปีมีบุตร 4 คนได้แก่

ไมเคิล เจอรัลด์ ฟอร์ด
จอห์น การ์ดเนอร์ ฟอร์ด
สตีเวน เมิกห์ ฟอร์ด
ซูซาน เอลิซาเบธ ฟอร์ด

ครอบครัวฟอร์ดได้ย้ายไปอาศัยที่ชานเมืองวอชิงตัน ดี.ซี.ในรัฐเวอร์จิเนียอยู่ใกล้รัฐโคลัมเบียและอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 25 ปี เจอรัลด์ ฟอร์ดได้กลายเป็นนักการเมืองระดับสูงของพรรครีพับลิกัน จากนั้นได้รักการแต่งตั้งเป็นรองประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาเมื่อสไปโร แอกนิวลาออกจากตำแหน่งนี้ในพ.ศ. 2516 และเจอรัลด์ ฟอร์ดได้เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาในพ.ศ. 2517 จากริชาร์ด นิกสันที่ลาออกไปในคดีวอเตอร์เกท

ในความเห็นของนิตยสารเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า "คุณนายฟอร์ดได้ส่งผลกระทบต่อธรรมเนียมของสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นม่าย และสามีของเธอซึ่งอยู่ในตำแหน่งเพียง 896 วันเท่านั้น ต้องทำให้ความมีเกรียติของประธานาธิบดีกลับคืนมา"

ในขณะที่เธอได้เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เธอได้ถูกโจมตีอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องในอดีตหลายเรื่อง แต่เธอก็ได้รับการสัมภาษณ์ผ่านสื่อนิตยสาร"60 นาที"อย่างตรงไปตรงมา ทำให้มีการวัดโพลปรากฏว่ามีผู้ชมชอบเธอถึง 75 เปอร์เซ็นต์

ในระหว่างเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เบ็ตตีสนับสนุนให้สตรีมีสิทธิ์พูดจาเปิดเผย เธอสนับสนุนการพัฒนากฎหมายเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เธอได้ดำเนินการเพื่อการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายเกี่ยวกับการทำแท้ง บทบาททางการเมืองของเธอนิตยสารไทม์ได้เรียกเธอว่าFighting First Lady และให้เธอเป็นสตรีแห่งปีในฐานะเป็นชาวอเมริกันที่ทำเพื่อสิทธิสตรี เจอรัลด์ได้ถามภรรยาซึ่งสนับสนุนสิทธิสตรีให้เลือกว่าจะดำเนินหรือยุติการตั้งครรภ์ในทัศนคติของเธอ อย่างไรก็ตามเขาบอกผู้สัมภาษณ์ แลร์รี คิง ภายในขอบเขตของพรรค

หลายสัปดาห์หลังจากเบ็ตตี ฟอร์ดเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา เธอได้ตรวจพบมะเร็งเต้านมและผ่าตัดเต้านมในวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2517 การป่วยของเธอทำให้ชาวอเมริกันแต่ก่อนไม่อยากพูดถึง"เมื่อผู้หญิงคนอื่นเป็น ไม่เห็นพาดหัวข่าว" เธอพูดผ่านทางนิตยสารไทม์ว่า"ในความเป็นจริง ฉันเป็นภริยาของประธานาธิบดีถึงได้พาดหัวข่าวและได้นำมาก่อนที่รู้กันโดยทั่วไป โดยเฉพาะประสบการณ์นี้ที่ฉันกำลังฟันฝ่า มันทำให้ผู้หญิงมากมายตระหนักถึงสิ่งที่มันสามารถบังเกิดขึ้นแก่พวกเขา ฉันมั่นใจว่า ฉันอาจจะรอดจากโรคนี้แค่เพียงคนเดียวหรืออาจมากกว่านั้น"จากคำพูดนี้มีผู้สนับสนุนมากมายในวงกว้างเพื่อให้ตระหนักถึงภัยของมะเร็งเต้านม ในหลายสัปดาห์หลังจากเบ็ตตี ฟอร์ดได้รับการผ่าตัดเอาเต้านมออก แฮปปี้ ร็อกเคฟเฟลเลอร์ภริยาของรองประธานาธิบดี เนลสัน ร็อกเคฟเฟลเลอร์ก็ได้รับการผ่าตัดเอาเต้านมออกด้วยเช่นกัน

ในปีที่หลังจากออกจากทำเนียบขาวพ.ศ. 2520 เบ็ตตี ฟอร์ดได้ใช้ชีวิตอย่างอิสระในการทำงานในเบ็ตตี ฟอร์ด เซ็นเตอร์ เธอได้พูดถึงเรื่องของการต่อสู้ของสตรีไว้มากมาย และได้ทำงานการกุศลทางศาสนา ในพ.ศ. 2530 เธอได้เปิดศูนย์เกี่ยวกับโรคหัวใจ แต่เป็นการทำไปได้ยาก ในพ.ศ. 2534 เธอได้รับรางวัลเหรียญตราแห่งเสรีภาพ(Presidential Medal of Freedom)จากประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุชและได้รางวัล Congressional Gold Medalในปีพ.ศ. 2542 ในวันที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 เบ็ตตีได้รับรางวัลที่เป็นที่เคารพนับถือWoodrow Wilson Awardที่ลอสแอนเจลิส เพื่อการบริการจากWoodrow Wilson Center เธอได้อาศัยอยู่ที่รันโช มิราจ และในแบรเวอร์ เครกกับสามีของเธอ และในปีนั้นเองเจอรัลด์ ฟอร์ดสามีของเธอเสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลวในวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2549 อายุ 93 ปี เบ็ตตี ฟอร์ดได้เดินทางมาไกลเพื่อมาร่วมพิธีฝังศพสามีของนาง

หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว เบ็ตตี้ ฟอร์ดได้อาศัยอยู่ที่เมืองรันโชมิราจต่อไป ในขณะอายุ 93 ปี เธอเป็นอดีตผู้อาศัยในทำเนียบขาวที่มีอายุมากที่สุด และเป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่มีอายุยืนยาวที่สุดเป็นอันดับ 3 รองจาก เบสส์ ทรูแมน (97 ปี) และ เลดี เบิร์ด จอห์นสัน (94 ปี) สุขภาพที่ไม่แข็งแรงและความอ่อนแอที่เพิ่มมากขึ้นจากการผ่าตัดรักษาลิ่มเลือดที่ขาในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2549 และเมษายน พ.ศ. 2554 ทำให้ต้องลดการใช้ชีวิตท่ามสาธาณชน ปัญหาสุขภาพของเบตตี้ ฟอร์ดทำให้เธอไม่สามารถไปร่วมงานฝังศพของเลดี เบิร์ด จอห์นสัน เพื่อนเก่าของเธอและอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2550 ได้ ซูซาน ฟอร์ด บุตรสาวจึงไปร่วมงานในฐานะตัวแทนของแม่แทน

เจอรัลด์และเบ็ตตี้ ฟอร์ด เป็นประธานาธิบดีและสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกาที่มีอายุเกินเก้าสิบปี เช่นเดียวกับอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง แนนซี่ เรแกน ได้มีอายุครบ 90 ปี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ดังนั้นเธอและสามี อดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน จึงร่วมกับสามีภรรยาฟอร์ดในฐานะที่เป็นคู่สามีภรรยาหมายเลขหนึ่งที่มีอายุอยู่ในช่วงเก้าสิบปี

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2511 เบ็ตตี้ ฟอร์ดมีอายุครบ 93 ปี เท่ากับสามี อดีตประธานาธิบดีเจอรัลด์ ฟอร์ด ที่มีอายุเท่ากันในวันเกิดครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2549

เบ็ตตี้ ฟอร์ดถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ณ ศูนย์การแพทย์ไอเซนฮาวร์ เมืองรันโชมิราจ รัฐแคลิฟอร์เนีย สิริอายุ 93 ปี 3 เดือน

อาร์เจนตินา (Argentina)


9 กรกฎาคม....ในอดีต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2359 (ค.ศ. 1816)

อาร์เจนตินาประกาศเอกราชจากสเปน

อาร์เจนตินา (Argentina) หรือชื่อทางการ สาธารณรัฐอาร์เจนตินา (Argentine Republic) เป็นหนึ่งในประเทศในทวีปอเมริกาใต้ (ลาตินอเมริกา) ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาแอนดีสทางทิศตะวันตก และมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ มีพรมแดนจดประเทศปารากวัยและประเทศโบลิเวียทางภาคเหนือ จดประเทศอุรุกวัยและประเทศบราซิลทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจดประเทศชิลีทางภาคตะวันตกและภาคใต้ อาร์เจนตินาเป็นประเทศที่มีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของทวีปอเมริกาใต้ รองจากบราซิล และมีพื้นที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 8 ของโลก

เครือรัฐออสเตรเลีย


9 กรกฎาคม....ในอดีต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) 

สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร พระราชทานพระบรมราชานุญาตสถาปนา เครือรัฐออสเตรเลีย รวมอาณานิคมบนทวีปออสเตรเลีย ให้อยู่ภายใต้รัฐบาลเดียวกัน

เครือรัฐออสเตรเลีย (Commonwealth of Australia) เป็นประเทศซึ่งประกอบด้วยแผ่นดินหลักของทวีปออสเตรเลีย เกาะแทสเมเนีย และเกาะอื่นๆในมหาสมุทรอินเดีย แปซิฟิก และมหาสมุทรใต้ ประเทศเพื่อนบ้านของออสเตรเลียประกอบด้วย อินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และติมอร์ตะวันออกทางเหนือ หมู่เกาะโซโลมอน วานูอาตู และนิวแคลิโดเนียทางตะวันออกเฉียงเหนือ และนิวซีแลนด์ทางตะวันออกเฉียงใต้

ชื่อออสเตรเลีย มาจากคำในภาษาละติน ว่า australis ซึ่งหมายถึงทิศใต้ โดยมีตำนานถึง "ดินแดนทางใต้ที่ไม่รู้จัก" (terra australis incognita) ชาวยุโรปเริ่มสำรวจค้นพบออสเตรเลียในพุทธศตวรรษที่ 22 และต่อมาจึงกลายเป็นดินแดนอาณานิคมของบริเตน โดยเริ่มต้นเป็นอาณานิคมนักโทษในนิวเซาท์เวลส์ และจึงมีการตั้งอาณานิคมขึ้นอีกห้าแห่ง อาณานิคมทั้งหกรวมตัวเป็นสหพันธรัฐในปีพ.ศ. 2444 ออสเตรเลียมีชนพื้นเมืองซึ่งอาศัยตั้งแต่ก่อนชาวยุโรปเข้ามา เรียกว่าชาวอะบอริจิน

จอห์นนี ไวส์มึลเลอร์


9 กรกฎาคม....ในอดีต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2465 (ค.ศ. 1922)

จอห์นนี ไวส์มึลเลอร์ (ในภาพ) ทำลายสถิติโลกการแข่งขันว่ายน้ำฟรีสไตล์ 100 เมตร ด้วยเวลา 58.6 วินาที เป็นครั้งแรกของโลกที่ใช้เวลาน้อยกว่าหนึ่งนาที

สงครามโลกครั้งที่สอง


9 กรกฎาคม....ในอดีต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944) 

สงครามโลกครั้งที่สอง: กองทัพแห่งสหราชอาณาจักรและแคนาดาเข้ายึดครองเมืองก็องของประเทศฝรั่งเศสในยุทธภูมินอร์มังดี

การรุกรานนอร์มังดี คือการรบระหว่างกองทัพฝ่ายอักษะนาซีเยอรมนีที่ประจำการอยู่ในยุโรปตะวันตก กับกองกำลังสัมพันธมิตรกว่า 3 ล้านนายที่ทำการบุกข้ามช่องแคบอังกฤษมาจากฐานที่ตั้งชั่วคราวในแนวรบที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ (ส่วนใหญ่มาจากเมืองพอร์ทสมัธ) มายังหัวหาดนอร์มังดีในฝรั่งเศสที่กองทัพเยอรมันยึดมาได้ ภายใต้ชื่อแผนปฏิบัติการโอเวอร์ลอร์ด (Operation Overlord) เริ่มต้นขึ้นในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2487 โดยทหารสัมพันธมิตรเรียกวันนี้ว่า ดี-เดย์ (D-Day)

กองกำลังฝ่ายสัมพันธมิตรนั้นประกอบไปด้วยทหารจากหลายประเทศด้วยกันได้แก่สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และแคนาดา นอกจากนี้ทหารจากกองกำลังฝรั่งเศสเสรีและโปแลนด์ก็ได้รวมเข้ากับกองกำลังสัมพันธมิตรด้วย เมื่อทหารที่ทำการจู่โจมจากเกาะอังกฤษเข้าสู่ฝรั่งเศสได้แล้ว ยังมีกองทหารจากหลายประเทศเข้ามาร่วมกับพันธมิตรหลังจากนั้นด้วย ได้แก่ เบลเยียม เชโกสโลวาเกีย กรีซ เนเธอร์แลนด์ และนอร์เวย์

การบุกหัวหาดนอร์มังดีอย่างแท้จริงเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันที่ 5 มิถุนายน โดยมีเครื่องบินทิ้งพลร่มและเครื่องร่อนลงมา และกองทัพอากาศฝ่ายพันธมิตรเริ่มเปิดการทิ้งระเบิดใส่กองทัพเยอรมันที่ประจำอยู่ตามเมืองริมชายฝั่งของฝรั่งเศส รวมถึงการยิงปืนใหญ่จากเรือรบพันธมิตร จนกระทั่งการบุกข้ามทะเลของกองกำลังหลักเริ่มต้นขึ้นในตอนเช้าของวันที่ 6 และดำเนินต่อไปอีก 2 เดือน จนถึงการปลดปล่อยปารีสในตอนปลายของเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2487 ที่ปิดฉากการรบนี้ลง

แผนการครั้งนี้ ถูกกำหนดวันไว้คือวันที่ 5 มิถุนายน โดยจะมีพลร่มลงไปหลังแนวก่อน คือวันที่ 4 มิถุนายน แต่สภาพอากาศเลวร้าย จึงเลื่อนมาอีก 1 วัน เมื่อถึงเที่ยงคืนวันที่ 5 มิถุนายน พลร่ม และเครื่องร่อนได้ลงหลังแนวรบ เพื่อตัดกำลัง และ คุมสะพาน ไม่ให้พวกเยอรมันที่อยู่หลังแนวรบ ส่งกำลังมาหน้าแนวได้ทัน ได้มีการทิ้งหุ่นพลร่มปลอมในบางจุดด้วย

เมื่อเช้าวันที่ 6 มิถุนายน กองทัพเรือขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก ยาตราเข้ามาในอ่าวนอร์มังดี บนหาดมีเครื่องกีดขวางมากมาย ทำให้แม้แต่เรือเล็กก็ไม่สามารถเข้าหาตัวหาดได้มากนัก เมื่อขึ้นไปบนหาด ถูกต่อต้านโดยปืนใหญ่ ปืนกลหนัก เครื่องยิงลูกระเบิด และปืนต่อต้านรถถังเป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีรั้วลวดหนาม คูดักรถถัง และกับระเบิดบนหาด ทำให้เป็นการเสียชีวิตทหารมากมายก่อนจะยึดหัวหาดได้ โดยเฉพาะที่หาดโอมาฮ่า

แผนการของนายพลรอมเมล คือต้องการสร้างเครื่องกีดขวางและเครื่องป้องกันหาดต่างๆบนหาดให้ได้มากที่สุด เพราะเมื่อหาดถูกบุก หาดจะถูกป้องกันพวกพันธมิตร จะต้องตายคาหาด แต่ฮิตเลอร์ไม่เห็นด้วย ท่านเห็นว่าการตั้งรับควรจะอยู่หลังแนวหาดมากกว่า คือถ้าหาดถูกบุก ควรจะปล่อยให้พวกพันธมิตรเข้ามาในแผ่นดินยุโรบก่อน แล้วค่อยจัดการบนบกหลังแนวดีกว่า ด้วยความคิดของฮิตเลอร์นี้เอง นอร์มังดีจึงแตก

สงครามโลกครั้งที่สอง นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำของเยอรมนีได้ประกาศสงครามกับโปแลนด์และสั่งเคลื่อนพลจำนวนมหาศาลบุกโปแลนด์ โดยใช้กลยุทธการบุกแบบการโจมตีสายฟ้าแลบ (Blitzkrieg) ในวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2482 (1939) และสามารถยึดโปแลนด์ได้อย่างรวดเร็ว ขอบเขตของสงครามได้ขยายออกไปเมื่อเยอรมนีประกาศสงครามและทำการบุกนอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์ก จนกระทั่งกองทัพเยอรมันสามารถยึดฝรั่งเศสได้สำเร็จ ทำให้เยอรมนีเป็นผู้ครอบครองยุโรปตะวันตกได้ทั้งหมด ยกเว้นเกาะบริเตนใหญ่ของสหราชอาณาจักร ที่ในตอนนี้เป็นเพียงชาติเดียวที่เผชิญหน้ากับนาซีเยอรมัน และเสี่ยงต่อการถูกบุกโดยเยอรมนีมากที่สุด แต่ก่อนที่จะทำการบุกเกาะอังกฤษ กองทัพเยอรมันพยายามที่จะทำลายกองทัพอากาศของสหราชอาณาจักรเสียก่อน เพื่อช่วงชิงความเหนือกว่าทางอากาศซึ่งจะทำให้การบุกเกาะอังกฤษง่ายยิ่งขึ้น และเปิดศึกแห่งบริเตนกับสหราชอาณาจักร

ผลการรบที่ออกมากลับเป็นชัยชนะของสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของวินสตัน เชอร์ชิลล์ ทำให้กองทัพอากาศนาซีอ่อนแอลงอย่างมากและเบนความสนใจจากการยึดเกาะบริเตนไปยังการบุกสหภาพโซเวียตแทน เปิดโอกาสให้สหราชอาณาจักรได้ตั้งหลัก และผูกมิตรกับสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตที่ในขณะนี้ตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก เมื่อกองทัพเยอรมันสามารถบุกทะลวงดินแดนโซเวียตได้อย่างรวดเร็ว แต่ท้ายที่สุดแล้วสามารถยับยั้งกองทัพเยอรมันไว้ได้ที่มอสโก และเริ่มทำการโจมตีสวนกลับ จนสามารถยึดดินแดนโซเวียตที่เยอรมนียึดมาได้แทบทั้งหมด ในปี พ.ศ. 2486 เยอรมนีกลับตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในสงคราม และฝ่ายพันธมิตรที่มีกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มคิดแผนการที่จะตอบโต้การรุกรานของเยอรมนีด้วยการโจมตีส่วนใดส่วนหนึ่งของยุโรปตะวันตก ท้ายที่สุดในการประชุมที่เตหะราน ที่สามผู้นำหลัก (ประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์จากสหรัฐอเมริกา นายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอร์ชิลล์จากสหราชอาณาจักรและโจเซฟ สตาลินจากสหภาพโซเวียตของฝ่ายสัมพันธมิตรตกลงที่จะเปิดการโจมตีที่หัวหาดนอร์มองดีฝรั่งเศส ตามข้อเรียกร้องของโซเวียตขอให้เปิดแนวรบที่สอง เพื่อลดความกดดันแนวรบทางตะวันออก และเพื่อบีบให้ฝ่ายอักษะต้องกระจายกำลังออกไปทั้งแนวรบตะวันออกและตะวันตก

สหภาพแอฟริกา

9 กรกฎาคม....ในอดีต

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 (ค.ศ. 2002) 

สหภาพแอฟริกา ก่อตั้งขึ้น ณ เดอร์บัน แอฟริกาใต้ โดยเกิดจากการรวมตัวกันระหว่างประชาคมเศรษฐกิจแอฟริกาและองค์การเอกภาพแอฟริกา

สหภาพแอฟริกา (African Union ย่อว่า AU ) เป็นองค์กรประกอบจาก 53 ประเทศในทวีปแอฟริกา ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2545 ที่เดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ โดยสหภาพแอฟริกานั้นก่อตั้งขึ้นโดยคาดหวังว่าจะมีการใช้ระบบสกุลเงินเดียวกันทั้งหมดเช่นเดียวกับสหภาพยุโรป นอกจากนี้ทางสหภาพยังต้องการพัฒนาระบบการปกครอง สิทธิมนุษยชน และเศรษฐกิจในทวีปแอฟริกา

ทีมชาติอิตาลี คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006

9 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) 

ทีมชาติอิตาลี คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ที่ประเทศเยอรมนี โดยดวลจุดโทษชนะฝรั่งเศส 5-3 หลังจากที่เสมอกันในเวลา 1-1 ประตู

ฟุตบอลทีมชาติอิตาลี (Nazionale di calcio Italiana) เป็นตัวแทนทีมฟุตบอลจากประเทศอิตาลี อยู่ภายใต้การดูแลของ สมาพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ทีมอิตาลีชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก ทั้งหมด 4 ครั้ง ใน 1934 1938 1982 และครั้งล่าสุด 2006 และชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หนึ่งครั้งในปี 1968 และยังได้เหรียญทองฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิก ในปี 1936

สีประจำทีมอิตาลีคือสีฟ้าอ่อน (และเป็นสีที่ใช้ประจำทีมชาติในหลายกีฬายกเว้นการแข่งขันรถ) ซึ่งในภาษาอิตาลีคือ อัซซูโร (azzurro) และเป็นสีประจำราชวงศ์ในอิตาลีในอดีต และเป็นที่มาของชื่อเล่นของทีมว่า "อัซซูรี" (Azzurri)

ฟุตบอลโลก 2006 (2006 FIFA World Cup) รอบสุดท้ายเป็นฟุตบอลโลกครั้งที่ 18 จัดขึ้น ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน ถึง 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) มีทีมเข้าแข่งขันในรอบสุดท้าย 32 ทีม ทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยการเอาชนะฝรั่งเศสในการยิงจุดโทษ 5-3 หลังเสมอกัน 1-1 ประตู อันดับสามตกเป็นของเจ้าภาพเยอรมนีหลังเอาชนะโปรตุเกส 3-1 ประตู

ประเทศเยอรมนีชนะได้สิทธิจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2006 เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 โดยเอาชนะข้อเสนอจากบราซิล อังกฤษ โมร็อกโก และแอฟริกาใต้ (ซึ่งแอฟริกาใต้จะได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2010)
 
Support : Creating Website | Johny Template | Mas Template
Copyright © 2011. สารคดีออนไลน์ สารคดีย้อนหลัง - All Rights Reserved
Template Created by Creating Website Published by Mas Template
Proudly powered by Blogger